การประชุมระดับมุขมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด แผนงาน IMT-GT ครั้งที่ 23 ณ เมืองเมดาน จังหวัดสุมาตราเหนือ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 สำนักงานฝ่ายเลขานุการฯ CMGF มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการฯ เข้าร่วมการประชุมระดับมุขมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัด (Chief Ministers and Governors Forum: CMGF) ภายใต้แผนงาน IMT-GT ครั้งที่ 23 ณ เมืองเมดาน จังหวัดสุมาตราเหนือ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย
การประชุมระดับอนุภูมิภาคในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก H.E. Bobby Afif Nasution ผู้ว่าราชการจังหวัดสุมาตราเหนือ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยหัวหน้าคณะผู้แทนจากประเทศสมาชิก ได้แก่ H.E. Abu Bakar Hamzah มุขมนตรีรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย และ นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนฝ่ายไทย พร้อมด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด 14 จังหวัดภาคใต้
นอกจากนี้ สำนักงานฝ่ายเลขานุการฯ CMGF ประเทศไทย นำโดย ผศ.ดร.จุมพล ชื่นจิตต์ศิริ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายกฎหมายและบริการวิชาการ ผศ.ดร.นิเวศน์ อรุณเบิกฟ้า ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และพันธกิจสังคม ผศ.ดร.เพ็ชรัตน์ สุริยะไชย ผู้อำนวยการศูนย์วิศวกรรมการพัฒนาซอฟต์แวร์ อาจารย์ นพ.วิธู พฤกษนันต์ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารและพันธกิจสังคมฯ และคุณไพโรจน์ โพธิวงศ์ ที่ปรึกษาสำนักงานเลขานุการฯ CMGF มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้เข้าร่วมประชุมร่วมกับผู้แทนระดับสูงจากสภาธุรกิจ (JBC) เครือข่ายมหาวิทยาลัย (UNINET) ศูนย์ประสานงาน (CIMT) ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และสำนักเลขาธิการอาเซียน (ASEC)
5 วาระยุทธศาสตร์สำคัญจากการประชุม CMGF แผนงาน IMT-GT ครั้งที่ 23

การบูรณาการสภาสีเขียว (Green Council: GC) เพื่อลดความซ้ำซ้อนและสร้างความสอดคล้องทางนโยบาย ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ควบรวมสภาสีเขียวเข้าเป็นวาระเฉพาะภายใต้การประชุม CMGF โดยจะเริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป

โครงการความร่วมมือระดับรัฐและจังหวัด
ประเทศอินโดนีเซีย : นำเสนอโครงการพัฒนาในพื้นที่รัฐบนเกาะสุมาตรา โดยมีโครงการที่โดดเด่น ได้แก่ การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ SEK Sei Mangkei บนพื้นที่กว่า 1,933.8 เฮกตาร์ ซึ่งเปิดโอกาสดึงดูดการลงทุนมูลค่า 50 ถึง 850 ล้านดอลลาร์สหรัฐ รวมทั้งการผลักดันโครงการในจังหวัดอาเจะห์ เช่น โครงการ Lopnia Gold & Marine Sport Resort และโครงการ Sabang One Stop Service Hospital ตลอดจนการส่งเสริมโครงการด้านการเกษตรและเศรษฐกิจสีน้ำเงินในพื้นที่รัฐสุมาตราตะวันตก ลัมปุง และบังกาเบอลิตุง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
ประเทศมาเลเซีย : มุ่งเน้นการพัฒนาโครงการในรัฐทางตอนเหนือและตะวันตก โดยรัฐเปอร์ลิสได้เดินหน้าผลักดันนิคมอุตสาหกรรม Chuping Valley Industrial Area (CVIA) บนพื้นที่กว่า 2,400 ไร่ ควบคู่ไปกับการพัฒนาท่าเรือบก Perlis Inland Port (PIP) ที่สามารถรองรับปริมาณตู้สินค้าได้ถึง 1 ล้าน TEU ในขณะที่รัฐเกดะห์ได้เร่งพัฒนาเขตเศรษฐกิจชายแดน Bukit Kayu Hitam–Sadao และนิคมอุตสาหกรรม Kedah Rubber City บนพื้นที่ 1,245 ไร่ ซึ่งเป้าหมายหลักมุ่งหวังที่จะยกระดับศักยภาพด้านการค้าชายแดนและระบบโลจิสติกส์เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายเศรษฐกิจของอนุภูมิภาคให้มีความไร้รอยต่อมากยิ่งขึ้น
ประเทศไทย : มุ่งเน้นการผลักดันโครงการพัฒนาระบบขนส่งทางอากาศผ่านการยกระดับ 6 สนามบินนานาชาติ ได้แก่ สนามบินภูเก็ตระยะที่ 2 สนามบินตรัง สนามบินระนอง สนามบินเบตง สนามบินนราธิวาส และสนามบินสุราษฎร์ธานี ควบคู่ไปกับการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมบกและสะพานเชื่อมชายแดน เช่น โครงการสะพานข้ามแม่น้ำโก-ลก แห่งที่ 2 โครงการรถไฟทางคู่ ศูนย์กระจายสินค้าทุ่งสง (CDC) และมารีน่าชุมชนกันตัง นอกจากนี้ยังมีการขับเคลื่อนโครงการสำคัญตามระเบียงเศรษฐกิจ (EC) ได้แก่ โครงการการยื่นขึ้นทะเบียนมรดกโลกวัดพระบรมธาตุวรมหาวิหารในระเบียงเศรษฐกิจที่ 1 โครงการเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพกระบี่และอุทยานธรณีสตูลในระเบียงเศรษฐกิจที่ 2 การยกระดับท่าเรือน้ำลึกระนองและภูเก็ตในระเบียงเศรษฐกิจที่ 5 รวมถึงโครงการเมืองคู่แฝดในระเบียงเศรษฐกิจที่ 6

รางวัล IMT-GT Green City Award ครั้งที่ 1
ที่ประชุมได้ติดตามความคืบหน้าโครงการเมืองยั่งยืน 343 โครงการ ภายใต้กรอบ SUDF พร้อมมอบรางวัล Green City Award ครั้งแรก โดย ‘เทศบาลเมืองทุ่งสง’ ของประเทศไทย คว้ารางวัลระดับ Gold ด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ร่วมกับเมืองนำร่องอื่น ๆ ได้แก่ Manjung (จัดการขยะ), Pekanbaru (การศึกษาฯ), Medan (เศรษฐกิจหมุนเวียน) และ Penang (ความรู้เรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ)

รายงานจากภาคเอกชน (JBC) และภาควิชาการ (UNINET)
สภาธุรกิจร่วม (JBC) ประกาศความสำเร็จของงานจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ณ เมืองเมดาน มีผู้เข้าร่วมกว่า 270 ราย เกิดเจรจาการค้ามูลค่ากว่า 270 พันล้านรูเปียห์ (กว่า 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) พร้อมนำเสนอแผนพัฒนาระบบนิเวศ SAF และ Halal Supply Chain เครือข่ายมหาวิทยาลัย (UNINET) ขยายความร่วมมือเป็น 36 มหาวิทยาลัย (มีอัตราดำเนินโครงการสำเร็จ 97.5%) และเสนอ 4 โครงการยุทธศาสตร์ ได้แก่ ระบบ Dashboard ติดตามผล, Micro-credentials ข้ามแดน, แบบสำรวจ 4IR และแพลตฟอร์มการท่องเที่ยวจำลองดิจิทัล

การสนับสนุนจากพันธมิตร
ASEAN Secretariat และ ADB นำเสนอความสอดคล้องกับกรอบการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (ASCN/ASUS) พร้อมประกาศกรอบแผนการลงทุนเมืองสีเขียว (GCAPs) ของ ADB มูลค่ากว่า 27.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐทั้งนี้ ประเทศมาเลเซียได้ยืนยันการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม CMGF ครั้งที่ 24 ในปี 2027