การพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle (IMT-GT)
แผนปฏิบัติการ IMT-GT ระยะ 5 ปี (IMPLEMENTATION BLUEPRINT I (2017-2021))
การวางรากฐานสู่การบรรลุวิสัยทัศน์ IMT-GT 2036 แผนปฏิบัติการ IMT-GT Implementation Blueprint ระยะที่ 1 (IB 2017–2021) ถือเป็นชุดยุทธศาสตร์ระยะห้าปีชุดแรกในการเดินหน้าของ IMT-GT สู่การบรรลุวิสัยทัศน์ปี 2036 โดยแผนดังกล่าวได้กำหนดกรอบทิศทางและแนวทางเบื้องต้น เพื่อชี้ให้เห็นถึงความพยายามร่วมกันของอนุภูมิภาคในการสร้างชุมชนเศรษฐกิจที่มีการบูรณาการ เป็นนวัตกรรม มีความครอบคลุม และมีความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม โดยแผนปฏิบัติการ IMT-GT ระยะ 5 ปี (IB 2017–2021) มุ่งเน้นการสร้างความก้าวหน้าที่สามารถวัดผลได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการกำหนดวัตถุประสงค์เชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญจำนวน 7 ประการ ดังนี้
เพิ่มขึ้นเป็น 299 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ จากระดับ 215 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2014
เพิ่มขึ้นเป็น 16,974 ดอลลาร์สหรัฐ (ปี 2015: 13,844 ดอลลาร์สหรัฐ)
เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 11.5 ของมูลค่าการค้ารวมของ IMT-GT (ปี 2015: ร้อยละ 9.2)
เฉลี่ยต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ช่วงปี 2011–2015: เฉลี่ย 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี)
เฉลี่ยต่อปี เพิ่มขึ้นเป็น 52 ล้านคน (ปี 2015: 39 ล้านคน)
โดยทีมดำเนินโครงการ IMT-GT (Project Implementation Team) และสภาธุรกิจร่วม (Joint Business Council: JBC) รวมจำนวนไม่น้อยกว่า 100 โครงการ โดยมีการมีส่วนร่วมโดยตรงของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) รวมถึงวิสาหกิจเพื่อสังคม (เฉลี่ยไม่น้อยกว่า 20 โครงการต่อปี)
เมืองต่าง ๆ ภายใต้ IMT-GT มีการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเมืองสีเขียว (Green City Action Plan)ไม่น้อยกว่า 10 เมือง (ปี 2016: 5 เมือง)
แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้แผน IB 2017–2021
สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ IMT-GT 2036 แผน IB 2017–2021 ให้ความสำคัญกับการระบุและขับเคลื่อนโครงการเชิงเร่งรัด ที่สามารถขยายผลได้ นำไปปรับใช้ซ้ำได้ และมีความยั่งยืน เพื่อยกระดับการบูรณาการทางเศรษฐกิจของ IMT-GT ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ทั้งนี้ เพื่อเร่งรัดการดำเนินโครงการ แผนฯ ได้เน้นย้ำความจำเป็นในการปฏิรูปกฎระเบียบในระดับโครงการและในลักษณะเฉพาะพื้นที่
แผน IB 2017–2021 มุ่งเพิ่มประโยชน์จากเครือข่ายเศรษฐกิจของระเบียงเศรษฐกิจสำคัญทั้ง 5 แนวระเบียง ผ่านการยกระดับความเชื่อมโยงทางกายภาพ การแก้ไขข้อจำกัดด้านกฎ ระเบียบ และกระบวนการ (software deficits) การผสานนวัตกรรม และการสร้างห่วงโซ่มูลค่าข้ามพรมแดน พร้อมกันนี้ แผนฯ ยังเน้นย้ำความสำคัญของการประยุกต์ใช้แนวทางเชิงพื้นที่เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพ
แผน IB 2017–2021 ให้ความสำคัญกับภาคเอกชนและรัฐบาลระดับพื้นที่ในฐานะกลไกหลักในการเร่งรัดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของอนุภูมิภาค โดยมุ่งเสริมสร้างบทบาทของทั้งสองภาคส่วนให้มีส่วนร่วมอย่างเป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนความร่วมมือภายใต้กรอบ IMT-GT
เพื่อให้การบรรลุเป้าหมายตามแผน IB 2017–2021 เป็นไปอย่างมีประสิทธิผล แผนดังกล่าวได้รับการสนับสนุนโดยเสาหลักเชิงยุทธศาสตร์จำนวน 7 สาขา ดังต่อไปนี้ :
1. สาขาการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
2. สาขาการท่องเที่ยว
3. สาขาผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล
4. สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
5. สาขาการเชื่อมโยงด้านการขนส่ง
6. สาขาสิ่งแวดล้อม
7. สาขาการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน
เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเสนอแนะจากการทบทวนระยะกึ่งกลาง (Mid-term Review) ของแผน IMT-GT Implementation Blueprint 2012–2016 แผนปฏิบัติการฉบับปัจจุบันได้ให้ความสำคัญต่อการบูรณาการระบบติดตามและประเมินผลเชิงผลลัพธ์ ตามกรอบที่กำหนดไว้ในคู่มือโครงการ IMT-GT (IMT-GT Project Manual) ให้เป็นกลไกหลักในการกำกับ ติดตาม และประเมินความก้าวหน้าของการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ แผน IB 2017–2021 ได้วางรากฐานสำคัญสำหรับการยกระดับความร่วมมือในระยะต่อไป โดยปรับแนวยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับกรอบความร่วมมือของอาเซียนและธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) พร้อมทั้งส่งเสริมการสร้างหุ้นส่วนความร่วมมือใหม่ในหลากหลายภาคส่วน ทั้งนี้ แผนดังกล่าวได้สร้างฐานเชิงสถาบันและฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่มั่นคง เพื่อรองรับการดำเนินงานในระยะถัดไป ภายใต้แผน IB ระยะที่สอง (2022–2026) ซึ่งมุ่งเร่งรัดการบูรณาการ นวัตกรรม และการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนุภูมิภาค IMT-GT อย่างเป็นรูปธรรม
แผนปฏิบัติการ IMT-GT ระยะ 5 ปี (IMPLEMENTATION BLUEPRINT II (2022-2026))
การสร้างความต่อเนื่องและความสอดคล้องเชิงยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ IMT-GT ระยะที่สอง (IB 2022–2026) ทำหน้าที่เป็นแผนยุทธศาสตร์ระยะ5 ปี แผนที่สอง ในการขับเคลื่อนการบรรลุวิสัยทัศน์ IMT-GT 2036 โดยต่อยอดจากรากฐานที่ได้วางไว้ภายใต้แผนฉบับแรก แผนปฏิบัติการ IMT-GT ฉบับที่ 2 ได้รับการออกแบบให้ตอบสนองต่อบริบทระดับภูมิภาคและระดับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และความจำเป็นเร่งด่วนในการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมบนฐานของความยั่งยืนและความครอบคลุม
เช่นเดียวกับแผนฉบับก่อนหน้า แผนปฏิบัติการ IMT-GT (IB 2022–2026) ได้น้อมนำแนวทางชี้นำหลักภายใต้วิสัยทัศน์ IMT-GT 2036 จำนวนสามประการ ซึ่งเกื้อหนุนและเสริมพลังซึ่งกันและกัน มาเป็นกรอบในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ได้แก่
เพื่อยกระดับการบูรณาการในระดับภูมิภาคให้มีความเข้มแข็งและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
เพื่อขจัดอุปสรรคเชิงกฎระเบียบและเอื้อต่อการดำเนินโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ
เพื่อส่งเสริมการพัฒนาในมิติพื้นที่อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละระเบียงเศรษฐกิจและพื้นที่ยุทธศาสตร์
แนวทางเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้แผน IB 2022–2026
แผนปฏิบัติการฉบับนี้ได้กำหนดกรอบยุทธศาสตร์ฉบับปรับปรุงใหม่ เพื่อเร่งรัดการขับเคลื่อนความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาค ผ่านสาขามุ่งเน้นเชิงยุทธศาสตร์จำนวนแปดด้าน ดังต่อไปนี้: :
1. สาขาการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร
2. สาขาการท่องเที่ยว
3. สาขาผลิตภัณฑ์และบริการฮาลาล
4. สาขาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
5. สาขาการเชื่อมโยงด้านการขนส่ง
6. สาขาสิ่งแวดล้อม
7. สาขาการอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุน
8. สาขาการเปลี่ยนผ่านด้านดิจิทัล
ภายใต้บริบทของสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แผนปฏิบัติการ IMT-GT (IB 2022–2026) ได้กำหนดกรอบยุทธศาสตร์ระยะกลางรูปแบบใหม่ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนความร่วมมือในช่วงระยะห้าปีถัดไปและในระยะต่อเนื่อง กรอบยุทธศาสตร์ดังกล่าวทำหน้าที่เป็นบริบทเชิงกำหนดทิศทางสำหรับการจัดทำยุทธศาสตร์ภาพรวมและยุทธศาสตร์รายสาขา ตลอดจนแผนการดำเนินงานภายใต้ IB 2022–2026 ให้มีความชัดเจนและมุ่งเน้นยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับประเด็นที่มีนัยสำคัญต่อการฟื้นฟูและการพัฒนาในยุคหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างแท้จริง
ควบคู่กับกรอบยุทธศาสตร์ฉบับใหม่ ได้มีการกำหนดโครงการริเริ่มเชิงเปลี่ยนผ่านจำนวนสามประการ เพื่อยกระดับและปรับรูปแบบการดำเนินงานของ IMT-GT ให้มีประสิทธิภาพและความทันสมัยยิ่งขึ้น ดังนี้
1. การรับรองระเบียงเศรษฐกิจที่ 6 (Economic Corridor 6: EC6) และบูรณาการรัฐยะโฮร์ ปะหัง และตรังกานู ในคาบสมุทรมาเลเซีย ให้เป็นองค์ประกอบสำคัญของกรอบความร่วมมือ IMT-GT อย่างเป็นทางการ
2. การยกระดับและปรับปรุงโครงสร้างสภาธุรกิจร่วม (Joint Business Council: JBC) ให้มีสถานะและบทบาทตามกรอบกฎหมาย รวมถึงการปรับโครงสร้างบทบาทของ JBC ในระดับประเทศ
3. การส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกจัดทำแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์ระดับชาติ (National Strategic Action Plan: SAP) สำหรับความร่วมมืออนุภูมิภาค เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการประสานและขับเคลื่อนการดำเนินงานตามแผน IB 2022–2026 ในระดับประเทศ
นอกจากนี้ แผน IB ยังได้กำหนด โครงการเรือธง (Flagship Projects) จำนวน 16 โครงการ เพื่อเป็นกลไกนำร่องในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านของ IMT-GT และเร่งรัดการบรรลุวิสัยทัศน์ IMT-GT 2036 อย่างเป็นรูปธรรม ขณะเดียวกัน IMT-GT ยังคงให้ความสำคัญในระดับสูงต่อการดำเนินโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความเชื่อมโยงทางกายภาพ (Physical Connectivity Projects: PCPs) ซึ่งถือเป็นโครงสร้างหลักของการบูรณาการ IMT-GT และมีความสอดคล้องกับแผนแม่บทความเชื่อมโยงอาเซียน
องค์ประกอบเชิงยุทธศาสตร์ของ IB 2022-2026
1. ขยาย IMT-GT ครอบคลุมทั้งคาบสมุทรมาเลเซีย
2. ดำเนินการตาม 6 แนวระเบียงเศรษฐกิจ
3. อำนวยความสะดวกการข้ามแดน
1. ปรับปรุงและจัดตั้ง JBC ให้มีสถานะทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ
2. ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน CMGF และ UNINET พื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนหลัก
1. เพิ่มการประชุมเพื่อบูรณาการระหว่างภาคส่วน
2. จัดตั้งทีมดำเนินการโครงการเพิ่มเติม
3. เสริมศักยภาพของ NS / CMGF / CIMT และบทบาทของ UNINET
1. เสริมศักยภาพชนชั้นกลางและ MSMEs
2. พัฒนาทักษะแรงงาน ให้สอดคล้องกับความต้องการในอนาคต
3. เชื่อมโยงประชาชนในภูมิภาค
1. นำแนวคิดเศรษฐกิจสีเขียว สีน้ำเงิน และเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
2. ยกระดับการดำเนินงานภายใต้กรอบ
3. การพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน (SUDF)
4. ส่งเสริมการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่ IMT-GT
วิสัยทัศน์ IMT-GT 2036 (IMT-GT Vision 2036)
วิสัยทัศน์ IMT-GT 2036 กำหนดกรอบทิศทางการพัฒนาในระยะยาว เพื่อเสริมสร้างอนุภูมิภาคให้มีความเข้มแข็งและก้าวหน้า โดยตั้งเป้าหมายสู่การเป็นอนุภูมิภาคที่มีการบูรณาการทางเศรษฐกิจอย่างลุ่มลึก มีความเป็นนวัตกรรม มีความครอบคลุมในทุกภาคส่วน และมีความยั่งยืนในทุกมิติ ทั้งนี้ วิสัยทัศน์ดังกล่าวยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา โดยมุ่งส่งเสริมการเติบโตที่สมดุล การเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศสมาชิกที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อสืบสานประโยชน์ให้แก่ประชาชนทั้งในยุคปัจจุบันและอนุชนรุ่นต่อไป
ทั้งนี้กรอบระยะเวลา 20 ปีของวิสัยทัศน์ ยังเอื้อให้ IMT-GT สามารถขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ที่มีความท้าทายและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายของอนุภูมิภาค เสริมสร้างฐานอุตสาหกรรม และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันให้ทัดเทียมระดับนานาชาติ ในฐานะที่ IMT-GT เป็นหนึ่งในกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคที่มีความก้าวหน้าที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ วิสัยทัศน์ดังกล่าวยังสะท้อนความมุ่งมั่นที่จะมีบทบาทนำในการสนับสนุนกระบวนการจัดตั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในอนาคตอย่างยั่งยืนและมั่นคง
การเคลื่อนย้ายสินค้า บริการ เงินทุน และบุคลากรที่มีทักษะอย่างไร้รอยต่อภายในอนุภูมิภาค ภายใต้เครือข่ายการค้าและการผลิตที่เชื่อมโยงกันอย่างแข็งแรง โดยให้ความสำคัญกับบทบาทของวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (MSMEs) รวมถึงวิสาหกิจเพื่อสังคม ในการเข้ามามีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก
การพัฒนาเศรษฐกิจฐานความรู้ที่มุ่งยกระดับผลิตภาพและขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์อย่างต่อเนื่อง
การสร้างโอกาสอย่างเท่าเทียมให้แก่ทุกภาคส่วน ลดช่องว่างการพัฒนาระหว่างพื้นที่ในอนุภูมิภาค และทำให้ชุมชนรวมถึง MSMEs สามารถได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างแท้จริง
การเติบโตทางเศรษฐกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยยึดหลักการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพอย่างรอบคอบและรับผิดชอบ
วิสัยทัศน์ (VISION)
อนุภูมิภาคแห่งบูรณาการ การพัฒนาที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม ลดความเหลื่อมล้ำและเติบโตอย่างยั่งยืนภายใน พ.ศ. 2579
เป้าหมาย (GOALS)
แนวทาง (APPROACHES)
เสาหลักเชิงยุทธศาสตร์ (STRATEGIC PILLARS)
กรอบการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน IMT-GT
(Sustainable Urban Development Framework: SUDF) 2019–2036
กรอบ SUDF ปี 2019–2036 เป็นกรอบการพัฒนาและติดตามประเมินผลในภาพรวม ซึ่งสนับสนุนการกำหนดแผนปฏิบัติการ การกำหนดขอบเขตการดำเนินงาน แนวทางการปฏิบัติ และผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้น SUDF เป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดเครือข่ายเมืองสีเขียวในอนุภูมิภาค โดยช่วยให้การดำเนินงานต่าง ๆ มีความสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับลำดับความสำคัญด้านการพัฒนาทั้งในระดับพื้นที่ จังหวัด ระดับประเทศ ตลอดจนระดับภูมิภาคและนานาชาติ
การดำเนินงานตามกรอบการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน IMT-GT (SUDF) ภายใต้วิสัยทัศน์ปี 2036
ภายใต้วิสัยทัศน์ IMT-GT 2036 กรอบการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน (Sustainable Urban Development Framework: SUDF) ทำหน้าที่เป็นกลไกเชิงยุทธศาสตร์ในการกำหนด ทบทวน และขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการเมืองสีเขียว (Green City Action Plans: GCAP) ครอบคลุมเมืองสูงสุดถึง 40 แห่งในอินโดนีเซีย มาเลเซีย และประเทศไทย พร้อมทั้งสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของแต่ละประเทศสมาชิก (National SDGs) และพันธกรณีการลดก๊าซเรือนกระจกตามความตกลงปารีส (Nationally Determined Contributions: NDC) อย่างเป็นรูปธรรม
กรอบ SUDF ให้ความสำคัญใน 7 ด้านยุทธศาสตร์ ดังต่อไปนี้
1. การจัดการขยะมูลฝอย (Solid Waste Management) เพื่อยกระดับระบบจัดการของเสียให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล
2. พลังงาน (Energy) เพื่อส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
3. ความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) เพื่ออนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติที่เป็นรากฐานของระบบนิเวศ
4. การคมนาคมขนส่ง (Transport) เพื่อพัฒนาระบบขนส่งที่ปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
5. เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อผลักดันรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
6.ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคาร์บอน (Carbon Literacy) เพื่อเพิ่มพูนความตระหนักรู้และความสามารถในการจัดการคาร์บอนของชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ
7. การศึกษาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (Education for Sustainable Development) เพื่อสร้างรากฐานความรู้และค่านิยมที่เอื้อให้เกิดสังคมยั่งยืนในระยะยาว
ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นภายในปี ค.ศ. 2036