การพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle (IMT-GT)
การประชุมสุดยอดผู้นำ IMT-GT เป็นกลไกกำหนดนโยบายระดับสูงสุดของอนุภูมิภาค มีหน้าที่ในการกำหนดทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ เสริมสร้างฉันทามติในประเด็นสำคัญด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนกำกับและส่งเสริมความร่วมมือและการบูรณาการระหว่างประเทศสมาชิก นอกจากนี้ การประชุมยังทำหน้าที่ยืนยันเจตจำนงทางการเมืองในระดับสูงสุด เพื่อให้การดำเนินงานภายใต้กรอบความร่วมมือ IMT-GT มีความสอดคล้องกับวาระการพัฒนาระดับภูมิภาคและระดับสากล ทั้งนี้ ผลการประชุมจะเป็นกรอบกำหนดวิสัยทัศน์และทิศทางการพัฒนาระยะยาวของอนุภูมิภาคโดยรวม
การประชุมรัฐมนตรีมีบทบาทในการให้ข้อแนะนำและกำกับทิศทางโดยรวมต่อแผนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ของ IMT-GT เป็นเวทีกำหนดแนวนโยบาย สำรวจและรับมือกับประเด็นท้าทายที่เกิดขึ้นใหม่ รวมทั้งเป็นช่องทางให้รัฐมนตรีได้แลกเปลี่ยนมุมมองและเสริมสร้างความประสานงานระหว่างสาขา การประชุม MM ทำหน้าที่แปลงวิสัยทัศน์จากการประชุมสุดยอดผู้นำให้เป็นยุทธศาสตร์ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ เพื่อให้เกิดความสอดคล้องระหว่างนโยบายระดับประเทศของสมาชิก นอกจากนี้ การประชุมยังเป็นเวทีให้รัฐมนตรีได้ยืนยันความมุ่งมั่นร่วมกันในการผลักดันเป้าหมายของ IMT-GT ให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม
การประชุมระดับมุขมนตรีและผู้ว่าราชการจังหวัดมีบทบาทในการเชื่อมโยงความสำคัญและลำดับความเร่งด่วนในระดับชาติและระดับพื้นที่ โดยทำหน้าที่ประสานให้โครงการระดับอนุภูมิภาคสอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัดและรัฐ การประชุมดังกล่าวช่วยเสริมสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับโอกาสภายใต้กรอบ IMT-GT และสนับสนุนการพัฒนาโครงการแบบ Bottom-up ที่สามารถสร้างประโยชน์โดยตรงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ นอกจากนี้ CMGF ยังส่งเสริมให้ผู้นำท้องถิ่นมีบทบาทเป็นเจ้าของและขับเคลื่อนโครงการ IMT-GT เพื่อให้การพัฒนามีความครอบคลุมและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชนอย่างแท้จริง อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างประชาชนข้ามพรมแดนให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น
การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสเป็นกลไกหลักในการประสานงานและสร้างความสอดคล้องด้านนโยบายภายในกรอบ IMT-GT มีบทบาทในการกำหนดลำดับความสำคัญของการดำเนินงาน ติดตามความก้าวหน้า ประสานและปรับแนวทางเชิงนโยบาย รวมทั้งกำกับให้การดำเนินโครงการและแผนงานต่าง ๆ ของ IMT-GT มีประสิทธิผล การประชุม SOM ยังมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดและแปลงข้อมติหรือแนวทางจากการประชุมรัฐมนตรีสู่แผนปฏิบัติการในระดับปฏิบัติ นอกจากนี้ SOM ยังทำหน้าที่กำกับติดตามผลของมาตรการและยุทธศาสตร์ต่าง ๆ ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างสาขาเพื่อรับมือกับประเด็นท้าทายที่เกิดขึ้นใหม่ และผลักดันความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างกลไกต่าง ๆ ของ IMT-GT
แต่ละประเทศสมาชิกมีการจัดตั้งสำนักงานเลขานุการระดับชาติ เพื่อทำหน้าที่ประสานงานและติดตามความก้าวหน้าของโครงการภายใต้กรอบ IMT-GT ในระดับประเทศ โดยทำหน้าที่เป็นจุดประสานงานกลางของประเทศ (National Focal Point) ในการบูรณาการแผนงานและโครงการของ IMT-GT เข้ากับวาระการพัฒนาในระดับชาติ และเพื่อให้เกิดการสนับสนุนด้านนโยบายและทรัพยากรจากรัฐบาลกลางอย่างเพียงพอ สำนักงานเลขานุการระดับชาติยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมโยงระหว่างสถาบัน ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างหน่วยงานและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่าง ๆ นอกจากนี้ NS ยังทำหน้าที่สนับสนุนการวางแผนแบบบูรณาการ การแก้ไขปัญหาในลักษณะข้ามสาขา และเสริมสร้างความร่วมมืออย่างมีประสิทธิภาพระหว่างรัฐบาลระดับชาติและระดับพื้นที่ รวมทั้งระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและหน่วยงานในสายงานที่เกี่ยวข้อง
คณะทำงานทำหน้าที่เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนการดำเนินงานของ IMT-GT โดยแต่ละคณะทำงานมุ่งเน้นประเด็นตามยุทธศาสตร์หลักในแต่ละสาขา ทำหน้าที่ถ่ายทอดนโยบายให้เป็นโครงการที่สามารถปฏิบัติได้จริง เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในระดับอนุภูมิภาค คณะทำงานมีบทบาทในการให้ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค จัดทำยุทธศาสตร์รายสาขา และกำกับให้โครงการต่าง ๆ สอดคล้องกับลำดับความสำคัญของแต่ละประเทศสมาชิกและวิสัยทัศน์รวมของ IMT-GT นอกจากนี้ คณะทำงานยังส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานของ IMT-GT สามารถขับเคลื่อนไปสู่ผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง ทั้งนี้ อาจมีการจัดประชุมร่วมระหว่างคณะทำงานเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือข้ามสาขาและปรับแนวยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกัน เพื่อเร่งรัดการดำเนินโครงการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นบางคณะทำงานมีความจำเป็นต้องพึ่งพาความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในการปฏิบัติภารกิจให้บรรลุผล เพื่อให้การดำเนินโครงการมีประสิทธิภาพสูงสุด อาจมีการจัดตั้งหน่วยงานทางเทคนิคขนาดเล็กในลักษณะเฉพาะกิจ เช่น คณะอนุกรรมการ (Sub-Working Groups) ทีมดำเนินโครงการ (Project Implementation Teams) หรือคณะทำงานเฉพาะกิจ (Task Forces) หน่วยงานดังกล่าวมีหน้าที่สนับสนุนการดำเนินงานด้านเทคนิค ปฏิบัติการ หรือประสานงานข้ามสาขาอย่างใกล้ชิด เพื่อให้โครงการต่าง ๆ ได้รับการดำเนินการอย่างแม่นยำ ทันเวลา และตอบโจทย์ความท้าทายที่มีความซับซ้อน โดยช่วยเสริมบทบาทของคณะทำงานหลักให้มีประสิทธิผลยิ่งขึ้น
ศูนย์ความร่วมมืออนุภูมิภาค IMT-GT ทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการกลางของกรอบความร่วมมือ IMT-GT มีบทบาทในการริเริ่ม ให้คำปรึกษา ประสานงาน อำนวยความสะดวก ดำเนินการ ติดตามประเมินผล และกำกับการดำเนินงานของแผนงาน โครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ ภายใต้กรอบ IMT-GT เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับลำดับความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของอนุภูมิภาค นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกเร่งรัด (catalytic role) ในการขับเคลื่อนการบรรลุเป้าหมายของ IMT-GT ผ่านการอำนวยความสะดวก การประสานงาน การติดตาม และการประเมินผลการดำเนินโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด
สภาธุรกิจร่วมทำหน้าที่เป็นผู้แทนภาคเอกชนภายใต้กรอบ IMT-GT โดยมีบทบาทในการส่งเสริมการค้าและการลงทุน รวมทั้งสะท้อนมุมมองทางธุรกิจไปสู่กระบวนการกำหนดนโยบาย ผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน JBC สนับสนุนการดำเนินโครงการต่าง ๆ ของ IMT-GT และช่วยให้โครงการเหล่านั้นสอดคล้องกับโอกาสทางการตลาด นอกจากนี้ JBC ยังมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมผู้ประกอบการ เสริมสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขัน และพัฒนาระบบเครือข่ายเชื่อมโยงภาคธุรกิจข้ามพรมแดน ซึ่งล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างครอบคลุมในระดับอนุภูมิภาค
เครือข่ายมหาวิทยาลัย IMT-GT ทำหน้าที่เชื่อมโยงสถาบันอุดมศึกษาทั่วทั้งอนุภูมิภาค โดยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2539 เริ่มต้นจากการมีสถาบันสมาชิกจำนวน 8 มหาวิทยาลัย ต่อมา การลงนามในกฎบัตร UNINET เมื่อปี พ.ศ. 2560 ได้ยกระดับสถานะของเครือข่ายให้เป็นกลไกความร่วมมือในระดับอนุภูมิภาคอย่างเป็นทางการ และกำหนดกรอบการดำเนินงานร่วมกันอย่างชัดเจน ปัจจุบัน UNINET มีสมาชิกเป็นมหาวิทยาลัยของรัฐรวมทั้งสิ้น 32 แห่ง เครือข่ายฯ มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความร่วมมือด้านการวิจัย การแลกเปลี่ยนทางวิชาการ และนวัตกรรม ตระหนักถึงบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของการศึกษาในการขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของอนุภูมิภาค
ธนาคารพัฒนาเอเชียมีส่วนร่วมในการดำเนินความร่วมมือ IMT-GT ตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง และได้ทำหน้าที่เป็นพันธมิตรด้านการพัฒนาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 การสนับสนุนของ ADB ครอบคลุมการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคในหลากหลายด้าน โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ADB ได้มีบทบาทสำคัญในฐานะที่ปรึกษาด้านนโยบายและด้านเทคนิค ผู้ประสานและอำนวยความสะดวกที่ได้รับความเชื่อมั่นในการเสริมสร้างความเป็นหุ้นส่วน รวมถึงผู้ระดมทรัพยากรเพื่อการพัฒนา ADB ให้การสนับสนุนการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ของ IMT-GT โดยความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับคณะทำงาน สำนักงานเลขานุการระดับชาติ ศูนย์ CIMT และกลไกอนุภูมิภาคอื่น ๆ ตลอดจนมีบทบาทในการเสริมสร้างความร่วมมือและการระดมทรัพยากรเพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลอย่างมีประสิทธิภาพ
IMT-GT ดำเนินความร่วมมือกับประเทศเอกราชและองค์การระหว่างประเทศ/ระดับภูมิภาคที่มีความสนใจและมีศักยภาพในการสนับสนุนเป้าหมายของ IMT-GT อย่างเป็นรูปธรรม โดยสาธารณรัฐอินเดียได้รับสถานะเป็นพันธมิตรด้านการพัฒนา (Development Partner) ของ IMT-GT ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวมีกรอบแผนปฏิบัติการ (Plan of Action) เป็นแนวทางในการเสริมสร้างความร่วมมือระหว่าง Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle (IMT-GT) และอินเดีย และได้รับการรับรองโดยที่ประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโส IMT-GT ในปี พ.ศ. 2567 IMT-GT มุ่งเสริมสร้างและทำให้ความร่วมมือกับสถาบันพันธมิตรมีความเป็นทางการมากยิ่งขึ้น เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายของอนุภูมิภาค รวมถึงการเพิ่มพูนความเชี่ยวชาญทางเทคนิค นวัตกรรม และการระดมทรัพยากร ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์กับสำนักเลขาธิการอาเซียนช่วยให้การดำเนินงานของ IMT-GT มีความสอดคล้องกับวิสัยทัศน์อาเซียน และตอกย้ำบทบาทของ IMT-GT ในฐานะองค์ประกอบสำคัญของการบูรณาการระดับภูมิภาค นอกจากนี้ IMT-GT ยังทำงานร่วมกับพันธมิตรสถาบันอื่น ๆ อย่างใกล้ชิด รวมถึงองค์การเฉพาะกิจของสหประชาชาติ สภาเพื่อการริเริ่มด้านสิ่งแวดล้อมท้องถิ่นนานาชาติ (ICLEI) องค์การเมืองและท้องถิ่นแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (UCLG ASPAC) ตลอดจนองค์การระดับประเทศและนานาชาติอื่น ๆ รวมถึงองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) ที่มีเป้าหมายร่วมกัน