การพัฒนาเขตเศรษฐกิจสามฝ่ายอินโดนีเซีย-มาเลเซีย-ไทย Indonesia-Malaysia-Thailand Growth Triangle (IMT-GT)
จังหวัดปัตตานี เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางชายฝั่งอ่าวไทยในภาคใต้ของประเทศไทย มีประวัติศาสตร์ยาวนานและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นในฐานะศูนย์กลางอารยธรรมมลายูและอิสลามของคาบสมุทรมลายู จังหวัดปัตตานีมีบทบาทสำคัญทั้งด้านประวัติศาสตร์ การค้า ศาสนา และการศึกษาในภูมิภาคชายแดนใต้มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
ศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดคือ อำเภอเมืองปัตตานี ซึ่งตั้งอยู่ใกล้อ่าวปัตตานีและปากแม่น้ำปัตตานี ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้า และการคมนาคมของพื้นที่ ชายฝั่งทะเลและอ่าวปัตตานีเป็นแหล่งทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญ และมีบทบาทต่อวิถีชีวิตของชุมชนประมงพื้นบ้านมาอย่างยาวนาน
ภูมิประเทศของจังหวัดปัตตานีส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งและพื้นที่เกษตรกรรม มีแม่น้ำและคลองธรรมชาติหลายสาย ช่วยหล่อเลี้ยงการเพาะปลูกและการตั้งถิ่นฐานของผู้คน พื้นที่ชายฝั่งอ่าวไทยยังเอื้อต่อการทำประมง การค้าทางทะเล และการเชื่อมโยงกับพื้นที่ใกล้เคียงทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ประชากรของจังหวัดปัตตานีส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม และมีรากฐานวัฒนธรรมมลายูที่เข้มแข็ง วิถีชีวิตของผู้คนผูกพันกับศาสนา ครอบครัว และชุมชนอย่างใกล้ชิด ภาษา ประเพณี การแต่งกาย และอาหารท้องถิ่น ล้วนสะท้อนอัตลักษณ์มลายูมุสลิมที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ขณะเดียวกัน จังหวัดปัตตานียังมีชุมชนชาวไทยพุทธและกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ อาศัยอยู่ร่วมกันอย่างหลากหลาย
ในด้านประวัติศาสตร์ จังหวัดปัตตานีเคยเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรปัตตานีดารุสซาลาม ซึ่งเป็นรัฐมลายูที่มีความรุ่งเรืองด้านการค้าและการศึกษาอิสลาม หลักฐานทางประวัติศาสตร์และศาสนสถานสำคัญ เช่น มัสยิดกรือเซะ (Krue Se Mosque) สะท้อนความสำคัญของพื้นที่ในอดีต ขณะเดียวกัน มัสยิดกลางปัตตานี ก็เป็นศาสนสถานร่วมสมัยที่เป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดในปัจจุบัน
เศรษฐกิจของจังหวัดปัตตานีพึ่งพาภาคเกษตรกรรม การประมง และเศรษฐกิจชุมชนเป็นหลัก พืชเศรษฐกิจสำคัญ ได้แก่ ยางพารา ข้าว และปาล์มน้ำมัน ภาคประมงชายฝั่งและการแปรรูปอาหารทะเลมีบทบาทต่อการสร้างรายได้และการจ้างงานในพื้นที่ ขณะที่การค้าท้องถิ่นและการค้าชายแดนช่วยเสริมความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค
จังหวัดปัตตานียังมีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและการเรียนรู้ ทั้งด้านประวัติศาสตร์อิสลาม วิถีชีวิตชุมชน ศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน และอาหารท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ การท่องเที่ยวลักษณะนี้ช่วยสร้างความเข้าใจและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างผู้มาเยือนกับชุมชนในพื้นที่